
ดูน ภาค 3 (Dune: Part Three) ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่แฟนๆ ตั้งตาคอย เตรียมสร้างความเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชม เมื่อผู้กำกับ เดนิส วิลล์เนิฟ (Denis Villeneuve) ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภาพยนตร์ภาคนี้จะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาและทิศทางของตัวละครหลักอย่าง พอล อะเทรดีส (Paul Atreides) ไปจากต้นฉบับเดิมอย่างมาก
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง Empire เดนิส วิลล์เนิฟ ผู้กำกับและมือเขียนบท ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) ในบท พอล อะเทรดีส ซึ่งจะปรากฏตัวด้วยมุมมองและสภาพจิตใจที่แตกต่างจากภาคแรกและภาคที่สองอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากต้องแบกรับภาระและผลพวงจากความรุนแรงที่ตนเองได้สร้างขึ้น ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเกือบสองทศวรรษ หลังจากที่เขาขึ้นครองอำนาจเป็นจักรพรรดิ

มุมมองของนักแสดงและการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร
ด้าน ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) ได้กล่าวถึงบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า ความเป็นแอนตี้ฮีโร่ของพอลในภาคนี้มีความซับซ้อนและน่าสนใจเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่การไถ่บาปแบบสูตรสำเร็จทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและความหวาดระแวง
นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังจะพาผู้ชมไปพบกับการกลับมาของนักแสดงแถวหน้าอีกคับคั่ง อาทิ Zendaya (เซนดายา), Florence Pugh (ฟลอเรนซ์ พิว์), Josh Brolin (จอช โบรลิน), Anya Taylor-Joy (อันยา เทเลอร์-จอย), Jason Momoa (เจสัน โมโมอา), Javier Bardem (ฮาเวียร์ บาร์เดม) และ Rebecca Ferguson (รีเบกกา เฟอร์กูสัน) รวมถึงการปรากฏตัวครั้งแรกของ Nakoa-Wolf Momoa (นาโคอา-วูล์ฟ โมโมอา) และ Ida Brooke (ไอดา บรูุก) ในบทบาทลูกแฝดของพอลและชานี
สำหรับ ดูน ภาค 3 (Dune: Part Three) มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 18 ธันวาคม 2026 โดยเดนิส วิลล์เนิฟเปรียบเทียบว่า หากภาคแรกเป็นการสำรวจโลกใหม่ และภาคที่สองคือหนังสงคราม ภาคนี้จะเป็นแนวระทึกขวัญที่มีพลังงานและโทนเรื่องแตกต่างจากเดิมอย่างแน่นอน
ที่มา: CBR






